วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

รีวิว Linksys WRT-AC1900

รีวิว Linksys WRT-AC1900

ไวร์เลสส์เราเตอร์ Linksys WRT-AC1900 จัดเป็นไวร์เลสส์เราเตอร์รุ่นท๊อปและใช้ในงานที่ต้องการประสิทธิภาพไวไฟที่สูง ซึ่งรุ่นแรกอย่าง WRT54G รุ่นนี้เรียกได้ว่าเป็นไวร์เลสส์เราเตอร์ที่ต้องขึ้นหิ้งระดับตำนานที่หลาย ๆ คน ต้องถามหากันเลยทีเดียว โดยตัว AC1900 นี้ถือว่าเป็นตัวต่อยอดและเป็นรุ่นสูงสุดของตระกูล WRT จาก Linksys แล้ว

ความพิเศษของเราเตอร์ในตระกูล WRT นี้ก็คือระบบฮาร์ดแวร์ที่รองรับการพัฒนาเฟิร์มแวร์ในรูปแบบ Open Source มาใส่เพิ่มเติมได้ นั่นทำให้ความสามารถของมันไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ฟีเจอร์ที่ทางผู้ผลิตออกมาให้ แต่ยังสามารถรับประสิทธิภาพ เปิดฟังก์ชันการทำงานใหม่ๆ ปรับแต่งได้อีกมากมาย โดย WRT ไม่ได้มีเพียงแค่ Lingsys แต่ยังมียี่ห้ออื่นๆ ด้วย แต่อาจจะไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่านั้นเอง

ก่อนที่จะไปดูเรื่องราวความสามารถเพิ่มเติมของเฟิร์มแวร์คงต้องมาดูกันที่สเปกก่อน ซึ่งอย่างที่บอกไว้ว่านี่คือรุ่นท๊อปที่ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมมันถึงอัดแน่นประสิทธิภาพมาให้มากขนาดนี้ เริ่มต้นจากไวร์เลสส์แบบ Dual Band ทำงานพร้อมกันได้ผ่านเสาสัญญาณประสิทธิภาพสูง 4 ต้น และระบบ Beam Forming ที่ปรับความเข้มสัญญาณไปยังทิศทางที่มีการใช้งานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้โดยอัตโนมัติ พร้อม Gigabite LAN มาให้อีก 4 พอร์ต และพอร์ต Internet หรือ WAN อีก 1 พอร์ต เท่านั้นยังไม่พอ มันยังมี eSATA สำหรับเชื่อมต่อฮาร์ดิสก์เพิ่มเติม และ USB 3.0 สำหรับอุปกรณ์อื่นๆหรือฮาร์ดดิสก์ที่มีของเล่นเยอะจนแทนจะนึกว่าเป็นคอมพิวเตอร์อีกเครื่องนึงเลยทีเดียว

ทางด้านซอฟต์แวร์ซึ่งเป็นจุดเด่นของเราเตอร์รุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยซีพียูตะกูล ARM แบบ Dual Core ซึ่งออกแบบมาให้ทำงานกับเฟิร์มแวร์และมีฟังก์ชันในการทำงานมาให้เยอะมากมาย แต่ถ้ามันยังไม่เพียงพอก็สามารถไปโหลดเฟิร์มแวร์จากค่ายที่มีการพัฒนา ซึ่งมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป บางตัวมีคุณสมบัติเยอะ บางตัวก็ทำงานได้เร็ว บางตัวก็มีคุณสมบัติบางอย่างที่ไม่เหมือนคนอื่น ก็ต้องดูว่าเราต้องการใช้งานแบบใด

สำหรับการใช้งานนั้น ถ้าเราดูแค่มาตราฐานที่มีมาให้ก็ต้องถือว่าอยู่ในระดับ High-End อยู่แล้ว พร้อมด้วยฟังก์ชันมากมายเรียกได้ว่าของเล่นเยอะครบครันเลยทีเดียว แต่สำหรับผู้ใช้งานตามบ้านที่เชื่อมต่อแบบ ADSL จะต้องต่อพ่วงผ่านโมเด็มก่อน เพราะตัวนี้พอร์ตเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจะเป็นพอร์ต LAN
ด้วยราคาค่าตัวที่แพงเอาเรื่อง คิดว่ามันคงไม่ได้เหมาะสำหรับการใช้งานตามบ้านเป็นหลัก แต่เหมาะสำหรับการใช้งานในอาคารหรือพื้นที่ใหญ่ๆ หรือทำงานร่วมกันหลายตัวมากกว่า แต่ถ้าใครจะเอามาใช้งานในบ้านก็ไม่ผิดแต่อย่างใด

วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2557

รีวิว Vivofit

รีวิว vivofit

Vivofit เป็นอุปกรณ์ประเภท fitness tracker ของ Garmin ที่ขึ้นชื่อเรื่องผลิตอุปกรณ์ประเภท GPS และนาฬิการ GPS สำหรับวิ่งและปั่นจักรยาน ล่าสุดมาจับตลาดอุปกรณ์สวมใส่สุขภาพโดยที่ Vivofit นั้น เป็นสายรัดข้อมือที่มีหน้าจอแบบ LCD

การใช้งาน Vivofit น้นจะต้องผูกข้อมูลกับระบบของ Garmin Connect ผู้ใช้เพียงแค่ไปลงทะเบียนใช้งานที่เว็บของ Garmin และ จับคู่ตัว Vivofit เข้ากับบัญชีของเรา โดยที่สามารถเชื่อมต่อผ่านทางคอมพิวเตอร์หรือว่าสมาร์ทโฟนทั้ง ios และ android ในระบบของ Garmin Connect ก็มีระบบ Social ที่ให้เรา add ผู้ใช้คนอื่นๆ มาเป็นเพื่อนเพื่อจัดอันดับสถิติการออกกำลังกาย และยังมี Challenge ให้เราทำคะแนนหรือสะสม Badge เมื่อสามารถทำสถิติได้ตามที่กำหนด

โดยพื้นฐาน Vivofit จะทำการเก็บค่าของการเดินในแต่ละวันของเรา โดยที่เราสามารถเลือกเป้าหมายได้ว่าอยากจะเดินให้ได้กี่ก้าวต่อวัน (ตามค่าเฉลี่ยแล้วเราควรเดินให้ได้อย่างน้อย 10,000 ต่อวัน) และตัว Vivofit จะทำการประเมินว่าคุณเดินไปได้เป็นระยะทางเท่าไหร่ และเผาผลาญพลังงานในแต่ละวันได้เท่าไร

นอกจากนี้ Vivofit สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ประเภท Heartrate Sensor ตัวจับจังหวะการเต้นของหัวใจ โดยแสดงค่าจังหวะการเต้นที่ Vivofit ได้ และยังมีแถบสีแดงที่จะแสดงให้เห็นว่าเรานั่งนิ่งๆ หรือไม่เคลื่อนไหวนานแค่ไหน โดยแถบสีแดงจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถ้าแถบเต็มนั่นแสดงว่าเราควรที่จะลุกขึ้นเดินหรือเคลื่อนไหวบ้าง เพราะการนั่งนิ่งๆเป็นเวลานานๆ จะมีผลเสียต่อสุขภาพและร่างกายได้

ส่วนเวลานอน Vivofit ยังทำการเก็บข้อมูลการหลับของเราว่าหลับลึกหรือหลับตื้นมากน้อยแค่ไหน โดยจะจับจากการเคลื่อนไหวของเราเวลานอน เพราะการหลับลึกนั้น ร่างกายเราจะใส่พักผ่อนอย่างเต็มที่ ซึ่ง Vivofit จะเก็บค่าเหล่านั้นมาแสดงให้เราเห็นเป็นกราฟใน Garmin Connect

จุดเด่น ไม่ต้องชาร์จไฟใช้ถ่านอยู่ได้ 1 ปี สามารถกันน้ำได้ลึก 50 เมตร และยังมีหน้าจอบอกข้อมูล ไม่ต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนตลอดเวลา ใช้งานง่าย น้ำหนักเบา

จุดด้อย ซิงค์ข้อมูลกับสมาร์ทโฟน android ค่อนข้างลำบาก หน้าจอไม่มีแสงทำให้ดูในที่มืดไม่ได้ และไม่มีระบบสั่นเตือน

วันพุธที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2557

รีวิว Genuis Luxepad 9100

รีวิว Genuis Luxepad 9100 คีย์บอร์ดสำหรับแท็บเล็ต





คีย์บอร์ด Genuis Luxepad 9100 เป็นคีย์บอร์ดไร้สายสำหรับแท็บเล็ตรุ่นใหญ่ด้วยขนาดที่ค่อยข้างจะกว้างประมาณ 25.2x13x0.5 ซม. ใกล้เคียงกับตัวเครื่องแท็บเล็ตหน้าจอประมาณ 9 นิ้วและ 10 นิ้ว อย่างไอแพด เป็นต้น ขนาดกำลังเหมาะมือเรียงตัวอักษรแบบ qwerty ช่วยให้พิมพ์สัมผัสได้ง่าย ตัวปุ่มแบบ ชิคเล็กสไตล์ พิมพ์ง่ายไม่ค่อยพลาด แต่ต้องออกแรงนิดหน่อยเพราะตัวปุ่มกดค่อนข้างจะแข็ง เด้งมือพอสมควร

ด้านการดีไซน์ตัวคีย์บอร์ด Genuis Luxepad 9100 โดยออกแบบเน้นเรื่องของขนาด ให้มีความหนาเพียง 5 มิลลิเมตร และน้ำหนักราว 255 กรัม เพื่อความสะดวกในการพกพา นำไปใช้งานในที่ต่างๆ ได้ง่าย ไม่เกะกะ พร้อมการเชื่อมต่อการทำงานแบบไร้สายผ่านสัญญาณบลูทูธ แบบ EDR 2.0 ที่ใช้ได้กับทุกอุปกรณ์ไม่ว่าจะใช้ระบบปฏิบัติการณ์ IOS หรือ Android หรือแม้แต่ Windows ก็ใช้งานได้ไม่มีปัญหา

จุดเด่น ถือเป็นคีย์บอร์ดไร้สายสำหรับแท็บเล็ต ที่มีขนาดกำลังพอดีมือ ไม่เล็ก ไม่ใหญ่ พกพาสะดวก และยังแถมเคสหนังเทียมที่ใช้สำหรับเป็นแท่นวางแท็บเล็ตได้ด้วย คุ้มค่าน่าใช้

จุดด้อย ปุ่มกดยังมีความแข็ง ต้องออกแรงกดนิดหน่อย

ขอขอบคุณนิตยสาร Pctoday สำหรับบทความรีวิว Genuis Luxepad 9100

วันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2557

รีวิว LG 47" 47LA740T

รีวิว สมาร์ททีวี LG 47นิ้ว 47LA740T


รายละเอียดเบื้องต้นของ LG 47" 47LA740T ได้แก่ หน้าจอ Edge LED ขนาด 47 นิ้ว แสดงความละเอียดของภาพแบบ Full HD ที่ 1920x1080 รองรับการแสดงภาพแบบสามมิติ (3D) และแปลงภาพ 2D เป็น 3D ได้เช่นกัน ระบบเสียง Virtual Surround Plus ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อที่มีให้ HDMI 3 ช่อง USB 3 ช่อง มาพร้อมกับ WIFI ในตัวเพื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต และรองรับสัญญาณภาพแบบ Digital TV ที่กำลังทดลองออกอากาศอยู่ ดังนั้นถือว่ามาพร้อมให้เลือกซื้ออีกตัวเลือกหนึ่ง

ในส่วนของรูปแบบการใช้งานของ LG 47" 47LA740T จะมีอุปกรณ์ที่แถมมาให้คือ "Magic Remote" โดยเปรียบเสมือนตัวควบคุมการใช้งานทีวีด้วยรีโมท สามารถใช้งานได้คล่องแคล่วเหมือนเมาส์ไร้สาย นอกจากนี้ยังมีระบบ Voice Recognition รองรับการสั่งงานด้วยเสียง แน่นอนว่าต้องภาษาอังกฤษ และระบบ Motion Control ควบคุมการทำงานของสมาร์ททีวีด้วยมือเปล่า รวมถึงระบบ "Smart Share" แบ่งปันคอนเทนต์บนอปกรณ์ไฮเทคกับทีวีผ่านฟังก์ชั่นสมาร์ทแชร์ และ 3D World / Game World ที่ให้คุณสนุกกับโลก 3 มิติ และเกมมากมายบนสมาร์ททีวี

ด้านลูกเล่นการใช้งานระบบอินเตอร์เนทสามารถเชื่อมต่อได้ทั้งสาย LAN และ Wifi ซึ่งในระบบจะมีคอนเทนน์ให้ท่านดาวน์โหลดไปใช้งานได้มากมาย ทั้ง Application บันเทิงต่างๆ ทั้งดูหนังออนไลน์ อ่านข่าว ดู Youtube รวมทั้งมีเกมต่างๆที่ทาง LG มีให้โหลดไปเล่นกัน ซึ่งก็มีทั้งแบบโหลดฟรีและแบบเสียเงิน ส่วนใหญ่จะใช้การบังคับจาก Magic Remote นั่นเอง

ในชุดสมาร์ททีวี LG 47นิ้ว 47LA740T จะมีอุปกรณ์ที่มาพร้อมทีวีหลายชิ้น ไล่มาตั้งแต่รีโมทพื้นฐาน ,Magic Remote ,แว่นตา 3D จำนวน 4 อัน และแว่นตา 3D สำหรับใช้ในโหมด Dual-Play 2 อัน และพิเศษสุดคือชุด Starter Pack จากเกม Skylanders Battlegrounds

สรุปแล้วเรียกได้ว่าคุ้มสุดๆทั้งคุณภาพของความคมชัด และลูกเล่นต่างๆที่รองรับการใช้งานในอนาคตได้อย่างสบาย ถ้าใครมองหาทีวีเครื่องใหม่เพื่อใช้เล่นเกมส์หรือชมภาพยนตร์ระดับ HD และรองรับทีวีดิจิตอล ก็น่าจะลองดูทีวีในตระกูลซีรี่ย์ LA จากค่าย LG ไว้พิจารณา

วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2557

รีวิว DELL Precision T1700

รีวิว DELL Precision T1700

DELL Precision T1700 ตัวนี้ได้ลบภาพคำว่า Worksation เครื่องใหญ่ๆ ออกไปทันที ด้วยตัวเครื่องขนาดเล็ก ที่ออกแบบให้วางได้ทั้งแนวตั้ง และแนวนอน ทำให้โต๊ะทำงานของผู้ใช้มีพื้นที่เหลือเฟือสำหรับการวางจอ ซึ่งผู้ทำงานด้านกราฟฟิกส่วนใหญ่มักอยากได้จอมอนิเตอร์ 2 จอวางคู่กัน ส่วนสเปกเครื่องบอกเลยว่าไม่กระจอก เพราะมีให้เลือกทั้งซีพียูธรรมดาๆอย่าง Intel Core i5, Core i7 และเรื่อยไปจนถึง Intel Xeon E3 รุ่นใหม่ที่่ใช้ Core i Gen 4 หรือ Haswell ด้วย

ปัญหาอย่างหนึ่งสำหรับเครื่องที่มีขนาดเล็กคืออุปกรณ์เสริมอย่างกราฟฟิกการ์ด ไม่น่าเชื่อว่าภายใต้ก้อนเหล็กทรงสี่เหลี่ยมเล็กๆนี้จะมีกราฟฟิก NVIDIA Quadro K600 มาให้ โดยตัวการ์ดจริงๆก็มีขนาดไม่ใหญ่อยู่แล้ว อาศัย Bracket แบบสั้นก็ทำให้ใส่การ์ดเข้าไปได้อย่างไม่มีปัญหา
ทุกอย่างดูจะอัดแน่นอยู่ภายในตัวเครื่องอย่างพอดีเป๊ะ และต้องชื่นชมการออกแบบ Airflow ที่ช่วยระบายความร้อนของอุปกรณ์ทุกชิ้น โดยเฉพาะซีพียูและการ์ดจอได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่มีปัญหาเรื่องความร้อนเกิดขึ้นเลย

DELL Precision T1700 ตัวเครื่องมีอุปกรณ์ทุกอย่างมาให้ครบ ฮาร์ดดิสก์ความจุ 1 TB และมีไดรฟ์ DVD แบบสลิมติดตั้งมาให้ด้วย มีการ์ดเสียงพร้อมลำโพงที่ใช้ฟัวเพลงได้เลยติดเคสมาให้เรียบร้อย แต่เสียงก็ตามสภาพ มีแลนแบบ Gigabit มาให้ และตัวการ์ดจอรองรับการต่อผ่านพอร์ต DVI และ Display Port อย่างละ 1 พอร์ต

ด้วยสเปกขนาดนี้ แน่นอนว่ามันต้องแรงอย่างไม่ต้องสงสัย หากใช้ทำงานเปิดโปรแกรมทั่วไปรวมถึงเปิดโปรแกรมกราฟิกเบาๆ คงจะเน้นหนักไปที่การเรียกใช้ซีพียู และเสริมด้วยกราฟิกเล็กน้อย แต่สามารถเหมาะกับการทำงานด้านกราฟิกหนักๆ ที่ได้ประโยชน์จาก NVIDIA Quadro K600

สรุป ถ้าหากคุณต้องการคอมพิวเตอร์ที่เพื่อใช้งานด้านกราฟิกโดยเฉพาะ CAD/CAM ในขนาดเล็กๆก็ใช่เลย แต่ราคาไม่เบา ถ้าใช้งานกลางๆทั่วไป แนะนำให้เลือกสเปกซีพียู Core i7 แล้วตัดกราฟฟิกการ์ดออกไป ไม่ขอแนะนำให้นำไปใช้เล่นเกมส์ที่ใช้กราฟฟิกระดับสูง เพราะไม่รองรับ

ขอขอบคุณนิตยสาร Computer today สำหรับบทความรีวิว DELL Precision T1700

วันพฤหัสบดีที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2557

รีวิว Dell S2240T

รีวิว Dell S2240T จอแอลอีดีทัชสกรีน



นับจากปี 2014 เป็นต้นไป จอมอนิเตอร์สำหรับคอมพิวเตอร์จะก้าวเข้าสู่ยุคของจอแบบทัชสกรีนเต็มรูปแบบ เพื่อรองรับการใช้งานร่วมกับวินโดวส์ 8.1 ต่อจากนี้ไป จะมีหลากหลายยี่ห้อและหลายรุ่นทยอยเปิดตัวกันอีกมากมาย สำหรับวันนี้เราขอเริ่มต้นกับจอแอลอีดีรุ่นใหม่จากเดลล์รุ่น Dell S2240T รุ่นนี้กันครับ

Dell S2240T เป็นจอมอนิเตอร์ชนิดแอลอีดีและรองรับระบบทัชสกีน เหมาะสำหรับเครื่องพีซีรุ่นใหม่ที่ใช้วินโดวส์ 8 ขึ้นไป จอทัชสกีนมีประโยชน์ใช้งานได้หลากหลาย แล้วแต่เราจะประยุกต์ สเปกหลักๆของจอรุ่นนี้ก็ไม่แตกต่างจากจอทั่วไป เช่น มีขนาดแสดงผล 21.5 นี้ว รองรับความละเอียด Full HD หรือ 1080p มีความสว่างอยู่ที่ 250 cd/m2 และค่าคอนทราสต์ที่ 3000:1 สำหรับค่า Response time ของจอรุ่นนี้สูงไปนิดอยู่ที่ 12ms เลยทีเดียว

สำหรับพอร์ตเชื่อมต่อก็มีมาให้พร้อมทั้ง HDMI, DVI และ VGA อย่างละ 1 พอร์ต รวมทั้งยังมี Audio-out สำหรับต่อลำโพงภายนอกและ USB สำหรับต่อกับเครื่องพีซีเพื่อใช้ทัชสกรีนนั่นเอง และมีฐานวางจอที่สามารถปรับเอนนอนได้เกือบ 180 องศา ทำให้การใช้งานยืดยุ่นมากขึ้น

จุดเด่น ราคาไม่แพงสำหรับจอมอนิเตอร์แอลอีดีแบบทัชสกรีน ที่มาพร้อมกับพอร์ตต่างๆ รวมถึงวัสดูคุณภาพดี ดีไซน์ออกแบบดูโดดเด่นสะดุดตา

จุดด้อย เรื่องของค่า Response time ที่สูงไปหน่อย

ขอขอบคุณนิตยสาร Pctoday สำหรับบทความรีวิว Dell S2240T

รีวิว Acer Liquid Z3s

รีวิว Acer Liquid Z3s




คุณอาจจะเคยได้ยินชื่อ Acer Liquid Z3 ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนที่มีความคุ้มค่ามากที่สุดตัวหนึ่งของปีที่ผ่านมา ซึ่งนั้นเป็นเพราะราคาค่าเครื่องเพียงแค่สองพันกลางๆ พร้อมกับสเปก และการใช้งานที่ไม่น่าเกลียด สามารถใช้งานพื้นฐานได้อย่างดี และยังรองรับสองซิมอีกด้วย

สิ่งที่ได้รับการปรับปรุงขึ้นมาใน Acer Liquid Z3s ซึ่งเป็นรุ่นใหม่นี้คือกล้องที่ได้รับการปรับปรุงความละเอียดเพิ่มขึ้นเป็น 5 ล้านพิกเซล จากเดิม 3 ล้าน ส่วนอื่นๆที่เหลือคงต้องบอกว่าสเปกเดิมเกือบทุกอย่าง ทั้งซีพียู Dual Core ความเร็ว 1 GHz จาก MediaTek แรม 512MB และรอม 4 GB มาพร้อมกับ Android 4.2.2 และรองรับการเชื่อมต่อทั้ง 3G (รองรับ AIS อย่างเดียว), Wifi, Bluetooth ครบเลย ถ้าเทียบคงเป็น Eco-Phone ที่ "ให้คุณได้มากกว่า" นั่นเอง

ดีไซน์ของตัวเครื่องนั้นได้รับการออกแบบให้มีขนาดเล็ก หน้าจอเพียงแค่ 3.5 นึ้ว สำหรับสมาร์ทโฟนในปัจจุบันแล้ว ถือว่าเล็ก เพราะมันต้องบรรจุปุ่มกดต่างๆ เอาไว้ในนั้นทั้งหมด ส่วนฝาหลังของตัวเครื่องยังได้รับการออกแบบให้มีฝาพับปิดหน้าจอให้ด้วยในตัว ซึ่งดูดีมีประโยชน์ แต่ก็คงต้องแล้วแต่คนชอบนะครับงานนี้

จุดเด่น Acer Liquid Z3s ดีไซน์เล็ก กะทัดรัด วัสดุดี และสามารถใส่การ์ดเพิ่มหน่วยความจำได้สูงสุดถึง 32GB ถ้าเทียบกับราคาและแบรนด์มือถือจีนโนเนมถือว่าทำได้ดีน่าใช้ สำหรับคนที่จะเริ่มต้นใช้สมาร์ทโฟน

จุดด้อย Acer Liquid Z3s น่าเสียดายที่ไม่มี NFC มีสิ่งหนึ่งที่ขัดใจ การสนทนา ที่ปลายทางจะได้ยินเสียงรบกวนฝั่งเราค่อนข้างดัง เนื่องจากมีไมค์เพียงแค่ตัวเดียว และไม่มีระบบตัดเสียงรบกวน เวลาคุยริมถนนอาจจะมีเสียงรบกวนเยอะหน่อย

ขอขอบคุณนิตยสาร Computer today สำหรับบทความรีวิว Acer Liquid Z3s